|
AIG-CHARTIS-NewHampShire-ประกันภัยอาคาร |
|
|
|
|
เขียนโดย Administrator
|
|
วันอังคารที่ 16 พฤศจิกายน 2010 เวลา 00:19 น. |
Industrial-All-Risks-Insurance : ประกันภัยอาคาร ทรัพย์สิน
หนังสือพิมพ์มติชน : 28 สิงหาคม 2550
การประกันภัยอาคาร
สนใจรับคำปรึกษาเกี่ยวเรื่อง
- ข้อเสนอ ประกันภัยอาคาร All Risks
- กรมธรรม์ ประกันภัยอาคาร All Risks
- การเคลมสินไหม ประกันภัยอาคาร All Risks
ติดต่อ : คุณ โสธร ลาภสมบุญกมล
มือถือ (1) : 081-66-7-88-00 (24ชม.)
มือถือ (2) : 086-448-6551
บริษัทรับประกันภัย
- กรุงเทพประกันภัย
- AIG นิวแฮมพ์เชอร์ อินชัวรันส์ CHARTIS
- MSIG
- GENERALI
- DEVES เทเวศ
- ทิพยะ
- LMG แอลเอ็มจี
- อื่นๆ
ปลายปีนี้กฎกระทรวงว่าด้วยการตรวจสอบอาคารจะมีผลบังคับใช้ นอกจากจะบังคับให้ อาคารที่เข้าข่ายจำนวน 9 ประเภท อันได้แก่ โรงมหรสพ, โรงแรม 80 ห้องขึ้นไป, สถานบริการ 200 ตารางเมตรขึ้นไป, อาคารชุดและอยู่อาศัย รวม 2,000 ตารางเมตรขึ้น ไป, โรงงาน 2 ชั้น หรือ 5,000 ตารางเมตร, ป้ายบนดินสูง 15 เมตร หรือ 50 ตาราง เมตร ป้ายนอกอาคาร 25 ตารางเมตรขึ้นไป และอีก 3 ประเภท ที่ระบุอยู่แล้วตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2548 มาตรา 32 ทวิ ได้แก่ อาคารสูง, อาคารชุมนุมคน และ อาคารขนาดใหญ่พิเศษ จำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบจากสถาปนิกหรือวิศวกรที่ได้รับ ใบอนุญาตเป็นประจำทุกปี และมีการตรวจสอบใหญ่ทุก 5 ปี ส่วนสำคัญอีกประการหนึ่งที่สืบเนื่องจากการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ คือการบังคับให้ อาคารทั้ง 9 ประเภทนั้น จำเป็นต้องทำการประกันภัยบุคคลที่ 3 ที่อาจบาดเจ็บหรือ ได้รับอันตรายจากอาคารเหล่านี้ทั้งทางตรงและทางอ้อมอีกด้วย ฉะนั้นไม่ว่าผู้ใช้อาคาร จะถูกไฟลวกขณะที่อาคารเกิดเพลิงไหม้ กระจกหล่นกระแทกเพราะวัสดุติดยึด เสื่อมสภาพ ราวบันไดไม่มั่นคงทำให้ผู้ใช้ตกบันได หรือในกรณีของป้ายโฆษณาที่ล้มลง มาทับผู้ที่สัญจรไปมา เหล่านี้ผู้เสียหายจะได้รับการคุ้มครองจากการเข้าใช้อาคารหรือ การคุ้มครองจากการที่อาคารก่อให้เกิดอันตราย (เช่นกรณีที่ป้ายล้มทับ) สาระสำคัญของการประกันภัยมีประมาณนี้ แต่จนถึงขณะนี้ที่จะเหลือเวลาอีก 4 เดือนที่ กฎหมายจะมีผลบังคับใช้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกรมการประกันภัยก็ยังไม่ สามารถหาข้อสรุปและวิธีการเกี่ยวกับการเรียกเก็บเบี้ยประกันกับเจ้าของอาคารทั้ง 9 ประเภทได้เลย ปัญหาประการหนึ่งน่าจะเป็นเพราะจำนวนผู้เข้าใช้อาคารแต่ละลักษณะไม่เหมือนกัน รวมถึงวิธีการและช่วงระยะเวลาที่มีการเข้าใช้อาคารก็ไม่เหมือนกันด้วย ยกตัวอย่างเช่น อาคารชุดพักอาศัยก็ย่อมมีบุคคลที่ 3 เข้าไปใช้น้อยกว่าโรงมหรสพ หรืออาคารชุมนุมคน เช่น สนามกีฬาที่อาจมีคนเข้าใช้เป็นจำนวนมากในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง ซึ่งไม่ตลอดไป ทุกช่วงเวลาเหมือนเช่นโรงแรมที่มีผู้ใช้บริการตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงลักษณะของการ เข้าใช้ของบุคคลที่ 3 ในกรณีของสนามกีฬาก็ย่อมไม่เหมือนลักษณะการเข้าใช้อาคารที่ เป็นห้องประชุม ทั้งๆ ที่นับอยู่ในอาคารประเภทชุมนุมคนเหมือนกัน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วน ย่อมส่งผลต่อความปลอดภัยที่ผู้ใช้อาคารได้รับจากการเข้าใช้อาคารทั้งสิ้น ซึ่งลักษณะความเสียหายก็คงมีหลากหลายกรณีและความรุนแรงก็คงไม่เหมือนกับกรณี การประกันภัยบุคคลที่ 3 ของรถยนต์ ที่ว่าไปแล้วก็น่าจะสามารถคำนวณเบี้ยประกันได้ ง่ายกว่า โดยเฉพาะในเรื่องวงเงินคุ้มครองผู้ประสบภัยทั้งต่อบุคคลและวงเงินรวมต่อครั้ง แต่ถึงแม้จะน่าเห็นใจอย่างไร กรมการประกันภัยก็มีเวลาที่จะพิจารณาเรื่องนี้อีกเพียง 4 เดือนเท่านั้น และคงยิ่งเร็วยิ่งดี เพราะเมื่อดูจากผู้ที่ต้องเข้าไปเกี่ยวข้องในอาคารแต่ละ ประเภทนั้นก็คงมีไม่น้อย เบี้ยประกันก็คงต้องสูงตามความเสี่ยงที่อาจจะได้รับด้วย เช่นกัน ให้เวลาเจ้าของอาคารเตรียมตัวกันหน่อยก็ดี ถือว่าช่วยกัน
|
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 16 พฤศจิกายน 2010 เวลา 17:12 น. |